อาการหลังฉีดวัคซีน ที่พบบ่อย พร้อมการดูแลเบื้องต้น

อาการหลังฉีดวัคซีน

เช็ค อาการหลังฉีดวัคซีน ที่พบบ่อย พร้อมการดูแลเบื้องต้น 11 อาการ ที่พบบ่อยที่สุด ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) แถลงข่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ประจำวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2564 พร้อมเปิดเผยถึงความคืบหน้าการ “ฉีดวัคซีน” ในประเทศไทย โดยสรุปสถานการณ์ฉีดวัคซีนคนไทยตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 7 มิถุนายน พ.ศ.2564 ดังนี้

  • มียอดฉีดวัคซีนสะสมที่ 4,634,941 โดส ใน 77 จังหวัด
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 3,243,913 โดส หรือคิดเป็น 4.90 เปอร์เซ็นต์
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 1,391,028 โดส หรือคิดเป็น 2.10 เปอร์เซ็นต์
อาการหลังฉีดวัคซีน

อาการหลังฉีดวัคซีน ที่พบบ่อยคืออะไรบ้าง? 

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช) ร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) รายงานอาการข้างเคียงหลังจากได้รับวัคซีนโควิด-19 ในคนไทย ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2564 

สรุปจากผลสำรวจผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนทั้งหมด มีผู้ไม่พบผลข้างเคียง 90.27% และ พบผลข้างเคียง 9.73% แบ่งเป็นอาการดังนี้ 

ปวดกล้ามเนื้อ 2.34% 

ปวดศีรษะ 1.73%

ปวด บวม แดง ร้อนบริเวณที่ฉีด 1.24% 

เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง 1.14% 

ไข้ 0.77% 

คลื่นไส้ 0.53%

ท้องเสีย 0.35%

ผื่น 0.28% 

ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง 0.23%

อาเจียน 0.14%

อื่นๆ 0.98% 

ทั้งนี้ พบผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง ที่ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญแล้วทั้งหมด 18 ราย (4.3 ในล้านราย) แบ่งเป็น 

  • อาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) (4 ในล้าน)
  • อาการชา (polyneurophaty) (0.3 ในล้าน)

อาการหลังฉีดวัคซีน ที่ไม่พึงประสงค์ เป็นเรื่องปกติไหม? 

จากการศึกษาวิจัยวัคซีนโควิด-19 แต่ละชนิด มักพบเป็นปฏิกิริยาเฉพาะที่ เช่น อาการปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีดวัคซีน ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยา แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวัคซีนเหล่านี้จะได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา ว่ามีความปลอดภัยและให้ใช้ได้แล้วก็ตาม 

แต่การฉีดวัคซีนเหล่านี้ก็ยังสามารถทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้ในอัตราที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องสังเกตอาการหลังการฉีดอย่างน้อย 30 นาที ในสถานพยาบาลหรือสถานที่ฉีดวัคซีนเสมอ และเนื่องจากวัคซีนโควิด-19 เป็นวัคซีนใหม่และยังไม่มีข้อมูลการติดตามผลในระยะยาว 

หากผู้รับวัคซีนเกิดอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง และไม่มั่นใจว่าอาการดังกล่าวเกิดจากวัคซีนหรือไม่ แนะนำให้ผู้รับวัคซีนปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงและเกิดขึ้นในช่วง 4 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีน

อาการหลังฉีดวัคซีน

เช็คอาการไม่พึงประสงค์ และการดูแลเบื้องต้น

รศ.พญ.พรรณพิศ สุวรรณกูล อายุรแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ คลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ก่อนฉีดวัคซีน ให้ดื่มน้ำเยอะๆ อย่างไรก็ตาม หากเป็นวัคซีนที่ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนแล้ว การพบผลข้างเคียงรุนแรงจะอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก โดยอาการแพ้วัคซีนที่อาจพบได้หลังจากฉีดวัคซีนในช่วง 30 นาทีแรก คือ มีผื่นขึ้น ลมพิษ มีอาการคันบวมที่ใบหน้า ปาก หรือลำคอ หายใจติดขัด ความดันเลือดต่ำคลื่นไส้ ปวดท้อง เป็นต้น 

เมื่อได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว หากมีไข้หรือปวดศีรษะสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ หากมีผื่นลมพิษ ไข้สูงมาก หน้ามืด เป็นลม แขนขาอ่อนแรง เจ็บหน้าอกให้พบแพทย์ทันที สมัครสมาชิก

ข้อปฏิบัติหลังการฉีดวัคซีน ยังแนะนำให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือให้บ่อยๆ รักษาระยะห่างทางสังคม หากไปพื้นที่เสี่ยงหรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยโควิด-19 ควรกักตัวอย่างน้อย 14 วัน

นอกจากนี้ในผู้ที่เคยป่วยเป็น COVID-19 แม้ในร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้ออยู่แล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาของภูมิคุ้มกันที่จะสามารถป้องกันไวรัสได้ จึงควรได้รับวัคซีนโดยเว้นระยะห่างจากการติดเชื้ออย่างน้อย 3 เดือน

วิธีการเตรียมความพร้อม ก่อนถึงวันเข้ารับวัคซีน

          – ไม่อดนอน ควรนอนหลับให้เพียงพอ
          – หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ชา และกาแฟ
          – ไม่มีไข้ หรืออาการเจ็บป่วยในวันฉีดวัคซีน
          – หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก 2 วัน ทั้งก่อนและหลังการฉีดวัคซีน
          – ควรฉีดวัคซีนบริเวณแขนที่ไม่ถนัด และหลังฉีดควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก

ขั้นตอนวันเข้ารับการฉีดวัคซีน (ทำแบบคัดกรอง พร้อมให้ความยินยอมผ่าน www.ไทยร่วมใจ.com ก่อนวันเข้ารับการฉีดวัคซีน)

          – นำบัตรประจำตัวประชาชนมายืนยันตัวตนที่จุดให้บริการ
          – ทำการเข้าตรวจวัดความดัน และตอบคำถามเพิ่มเติม
          – เข้ารับการฉีดวัคซีน
          – นั่งพักรอสังเกตอาการเป็นเวลา 30 นาที
          – ทำเรื่องนัดหมายสำหรับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 2

อาการหลังฉีดวัคซีน

วิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดวัคซีน

          1. สังเกตอาการประมาณ 30 นาที ในบริเวณที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่

          2. เมื่อกลับถึงบ้านให้สังเกตอาการหลังฉีดวัคซีนของตัวเองและบันทึกความผิดปกติทุกอย่างที่พบหลังฉีดวัคซีนลงในแอปพลิเคชันหมอพร้อม โดยอาการที่อาจพบได้ คือ…

          – อาการไม่พึงประสงค์ทั่วไป เช่น มีไข้ต่ำ ๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดเจ็บบริเวณที่ฉีด ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย แต่อาการเหล่านี้ไม่อันตราย จะดีขึ้นเองภายใน 1 – 2 วัน

          – ผลข้างเคียงรุนแรงจากการแพ้วัคซีน พบได้น้อย 1 ใน 100,000 โดส เช่น มีไข้สูง ใจสั่น หายใจไม่ออก มีผื่นขึ้นคล้ายลมพิษ มีอาการบวม กล้ามเนื้ออ่อนแรง ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ซึ่งถ้ามีอาการเช่นนี้ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

          3. ถ้ามีไข้ หรือปวดเมื่อยมากจนทนไม่ไหว สามารถกินยาพาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม 1 เม็ด หากไม่หายสามารถกินซ้ำได้อีกครั้ง แต่ควรห่างออกไป 6 ชั่วโมง หลังจากเม็ดแรก แต่ถ้ามีไข้สูงมาก ให้รีบกลับไปพบแพทย์ หรือโทร. 1669

          4. งดใช้แขนข้างที่ฉีด ไม่เกร็ง ไม่บีบนวดบริเวณที่ฉีดวัคซีน ห้ามยกของหนัก หรือออกกำลังกายหนัก ๆ อย่างน้อย 2 วัน หลังฉีดวัคซีน

          5. งดดื่มสุรา เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายใน 24 ชั่วโมง หลังฉีดวัคซีนโควิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อภูมิคุ้มกันของร่างกาย

          6. ควรงดสูบบุหรี่ หลังฉีดวัคซีน 24 ชั่วโมง หรือถ้าเป็นไปได้แนะนำให้เลิกบุหรี่ไปเลยจะดีที่สุด เพราะมีงานวิจัยพบว่า คนสูบบุหรี่ที่ฉีดวัคซีนแล้ว จะมีภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสโควิด 19 ขึ้นต่ำกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 40 เปอร์เซ็นต์

          7. ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ เพื่อให้หลอดเลือดขยาย ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น การขับถ่ายของเสียต่าง ๆ ในร่างกายก็จะดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยชดเชยน้ำที่ร่างกายสูญเสียไปจากอาการไข้ หรือคลื่นไส้อาเจียน

          8. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรนอนดึก เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

          9. หลังฉีดวัคซีนโควิด 3 วัน อาการข้างเคียงจะพบได้น้อยมาก ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังควรสังเกตอาการให้ครบ 30 วัน นับจากวันที่ฉีดวัคซีน

          10. แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว แต่ยังต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่าง และไม่ไปยังพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะยังมีโอกาสติดเชื้อได้อยู่ เพียงแต่วัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของอาการ และลดอัตราการเสียชีวิตลงไปได้เยอะ

          11. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงดี เพื่อเตรียมตัวรับวัคซีนโควิด เข็มที่ 2 โดยเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของวัคซีนแต่ละยี่ห้อ ดังนี้…

           – ซิโนแวค ฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มที่ 1 ประมาณ 21 วัน (2 – 4 สัปดาห์)

          – แอสตร้าเซนเนก้า ฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มที่ 1 ประมาณ 8 – 12 สัปดาห์

          12. หากจะฉีดวัคซีนป้องกันโรคอื่น ๆ ให้เว้นระยะห่างจากการฉีดวัคซีนโควิด 19 ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ เป็นต้นไป

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *